ข้ามไปยังเนื้อหา
V.S. Heat Treatment logoV.S.Heat Treatment
อบชุบแข็ง

การชุบแข็งโลหะ (Heat Treatment / Hardening) ฉบับเข้าใจง่าย

อบชุบความร้อนคืออะไร ทำไมเหล็กถึงแข็งขึ้นได้ และกระบวนการ Quench–Temper ทำงานอย่างไร อธิบายครบสำหรับงานสกรู น็อต โบลต์

อ่าน 9 นาที · อัปเดตเมื่อ 1 พฤษภาคม 2569

โรงงานเดียวที่สมุทรสาคร ประเทศไทยชิ้นงานเหล็กขนาดเล็กปริมาณมาก — สกรู น็อต โบลต์ตอบใบเสนอราคาใน 24 ชม.

สกรูหลายพันตัวเรียงกระจายเป็นชั้นบางสม่ำเสมอบนสายพานตะแกรงลวด กำลังเคลื่อนเข้าปากเตาอบชุบแข็งแบบต่อเนื่อง
สายพานตะแกรงของเตาชุบแข็งแบบต่อเนื่อง การเกลี่ยชิ้นงานให้เป็นชั้นเดียวสม่ำเสมอคือสิ่งที่ทำให้ทุกตัวในล็อตได้รับความร้อนเท่ากัน

การชุบแข็งคืออะไร

การชุบแข็ง (Hardening) คือกระบวนการ "อบชุบความร้อน" (Heat Treatment) ที่ใช้ความร้อนและการเย็นตัวอย่างมีการควบคุม เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างภายในของเหล็กให้แข็งแรงและทนการสึกหรอมากขึ้น โดยที่รูปร่างชิ้นงานยังเหมือนเดิม

หัวใจของเรื่องนี้คือ "โครงสร้างจุลภาค" (microstructure) ของเหล็ก เมื่อเราให้ความร้อนจนถึงอุณหภูมิหนึ่งแล้วทำให้เย็นเร็ว อะตอมของเหล็กจะจัดเรียงตัวใหม่กลายเป็นเฟสที่แข็งมากชื่อ มาร์เทนไซต์ (Martensite) ซึ่งเป็นกุญแจของความแข็ง

สำหรับงานชิ้นเล็กอย่างสกรู น็อต โบลต์ การชุบแข็งทำให้เกลียวไม่รูด หัวไม่บิ่น และรับแรงขันได้ตามเกรดที่ระบุ (เช่น เกรด 8.8, 10.9, 12.9)

ทำไมเหล็กถึงแข็งขึ้นได้

เหล็กกล้า (Steel) คือเหล็ก (Iron) ที่มีคาร์บอนผสมอยู่ คาร์บอนนี่เองที่ทำให้ชุบแข็งได้ เหล็กที่มีคาร์บอนต่ำเกินไป (เช่น ต่ำกว่า 0.25%) จะชุบแข็งแบบทะลุไม่ได้ ต้องใช้วิธีชุบแข็งผิวแทน

เมื่อให้ความร้อนถึงช่วง 800–900°C เหล็กจะเปลี่ยนเป็นเฟส ออสเทนไนต์ (Austenite) ที่ละลายคาร์บอนไว้ได้มาก จากนั้นเมื่อจุ่มเย็นเร็ว (Quench) คาร์บอนถูกกักไว้ไม่ทันหนีออก ทำให้โครงสร้างบิดเป็นมาร์เทนไซต์ที่แข็งและเปราะ

ยิ่งคาร์บอนสูง ความแข็งสูงสุดที่ได้ก็ยิ่งมาก แต่ความเปราะก็เพิ่มตาม จึงต้องมีขั้นตอน "อบคืนตัว" ตามมาเสมอ

กระบวนการหลัก: Quench แล้ว Temper

งานชุบแข็งมาตรฐานมี 3 ขั้นตอนต่อเนื่อง:

  • 1) Austenitizing — ให้ความร้อนชิ้นงานถึงอุณหภูมิออสเทนไนต์ (ตามเกรดเหล็ก) แล้วแช่ให้ทั่วถึง
  • 2) Quenching (จุ่มเย็น) — ทำให้เย็นเร็วในน้ำมัน น้ำ หรือโพลิเมอร์ เพื่อสร้างมาร์เทนไซต์ จุดนี้ชิ้นงานจะแข็งสุดแต่เปราะมาก
  • 3) Tempering (อบคืนตัว) — อุ่นซ้ำที่ 150–650°C เพื่อลดความเปราะ คืนความเหนียว แลกกับความแข็งที่ลดลงเล็กน้อย ให้ได้สมดุลที่ใช้งานได้จริง

อุณหภูมิ Temper เป็นตัวกำหนดความแข็งสุดท้าย เช่น Temper ต่ำ → แข็งมากแต่เหนียวน้อย เหมาะงานทนสึก; Temper สูง → เหนียวขึ้น เหมาะงานรับแรงกระแทก

ประเภทของการชุบแข็ง

  • Through Hardening (ชุบแข็งทั้งชิ้น) — แข็งทั้งเนื้อ เหมาะกับเหล็กคาร์บอนปานกลาง-สูง เช่น S45C, SCM435 ใช้กับโบลต์ สปริง
  • Case Hardening (ชุบแข็งผิว) — แข็งเฉพาะผิว แต่แกนยังเหนียว เหมาะเหล็กคาร์บอนต่ำ (อ่านต่อในบทความ Carburizing/Nitriding)
  • Induction Hardening (ชุบแข็งด้วยการเหนี่ยวนำ) — ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้ความร้อนเฉพาะจุด เช่น ปลายสกรู สลัก เฉพาะบริเวณที่ต้องการ
  • Tempering / Annealing / Normalizing — กลุ่มงานอบเพื่อปรับความเหนียว ลดความเครียด หรือปรับเกรนก่อน/หลังขึ้นรูป

ข้อควรรู้สำหรับงานชิ้นเล็ก

งานสกรู น็อต โบลต์ จำนวนมากต่อล็อตมีความท้าทายเฉพาะตัว: ความสม่ำเสมอของความแข็งทุกตัว การบิดงอ (distortion) ของชิ้นบาง และการป้องกัน decarburization (ผิวสูญเสียคาร์บอน) ระหว่างเผา

V.S. Heat Treatment ใช้เตาชุบแข็งชนิดสายพาน (mesh-belt furnace) ที่ควบคุมบรรยากาศแก๊สและอุณหภูมิ ชิ้นงานเล็กไหลต่อเนื่องบนสายพานทำให้ได้ความร้อนสม่ำเสมอ เหมาะกับงานปริมาณมากโดยเฉพาะ และทดสอบความแข็งแบบวิกเกอร์ (HV) แบบสุ่มทุกล็อตเพื่อยืนยันว่าค่าทุกตัวอยู่ในพิกัดที่ลูกค้ากำหนด

คำถามที่พบบ่อย

ชุบแข็งแล้วชิ้นงานจะเปลี่ยนขนาดไหม+

มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากการบิดงอและการขยายตัว งานที่ต้องการพิกัดแน่นจึงควรเผื่อระยะหรือเจียรหลังชุบ ทีมงานช่วยแนะนำได้

เหล็กทุกชนิดชุบแข็งได้ไหม+

ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องมีคาร์บอนเพียงพอหรือธาตุผสมที่เหมาะสม เหล็กคาร์บอนต่ำมากต้องใช้วิธีชุบแข็งผิวแทน

วัดผลความแข็งอย่างไร+

นิยมวัดเป็น HRC (Rockwell C) ด้วยเครื่องวัดความแข็ง พร้อมออกใบรับรองผลแนบไปกับงาน

แชร์หน้านี้LINEFacebook

คู่มือเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้อง

ผู้ตรวจทานเนื้อหาทางเทคนิค

ทีม QA และฝ่ายผลิตของ V.S. Heat Treatment — โรงงานอบชุบและชุบผิวโลหะที่ดำเนินงานตั้งแต่ปี 1994 ภายใต้ระบบ ISO 9001:2015

ดูหลักฐานและรูปแบบรายงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้องการที่ปรึกษาเรื่องชุบโลหะ?

ทีมวิศวกรพร้อมให้คำแนะนำ พร้อมเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง