ข้ามไปยังเนื้อหา
V.S. Heat Treatment logoV.S.Heat Treatment
อบชุบแข็ง

S45C ชุบแข็งได้เท่าไหร่? เทียบ SCM440/SCM435 และค่า HRC

S45C ชุบแข็งได้เพดาน 50–58 HRC แต่ที่ระบุใช้งานจริง 40–55 HRC — ตาราง 13 เกรดที่ใช้กับงานชิ้นเล็ก แยกค่าเพดานกับค่าหลังอบคืนตัว พร้อมคำตอบว่าสเตนเลสเกรดไหนชุบแข็งได้

อ่าน 10 นาที · อัปเดตเมื่อ 30 สิงหาคม 2569

โรงงานเดียวที่สมุทรสาคร ประเทศไทยชิ้นงานเหล็กขนาดเล็กปริมาณมาก — สกรู น็อต โบลต์ตอบใบเสนอราคาใน 24 ชม.

ตัวอย่างสกรู น็อต และโบลต์วางเรียงเป็นแถวบนพื้นสีขาว มีทั้งผิวสีดำและผิวชุบซิงค์เงา หลายรูปหัวและหลายความยาว ด้านล่างใช้น็อตหกเหลี่ยมเรียงเป็นตัวอักษร V และ S
ตัวอย่างงานที่เรารับทำจริง ทั้งหมดเป็นชิ้นงานขนาดเล็ก สกรู น็อต โบลต์ แหวน สปริง ที่ส่งเข้ามาเป็นล็อต

คำตอบอ้างอิงจากตารางเกรดเหล็กของเราเอง

S45C ชุบแข็งได้กี่ HRC?

ค่าความแข็งที่ทำได้ขึ้นกับเกรดและความหนาชิ้นงาน S45C เป็นเหล็กคาร์บอนที่คุ้มที่สุดสำหรับชิ้นเล็ก ส่วน SCM435/SCM440 มีโครเมียม-โมลิบดีนัม จึงมี hardenability สูงกว่าและรักษาความแข็งผ่านหน้าตัดหนาได้สม่ำเสมอกว่า ตัวเลขด้านล่างแยก "เพดานหลังชุบแข็ง" ออกจาก "ค่าที่ระบุใช้งานจริงหลังอบคืนตัว" ซึ่งเป็นคนละค่ากัน

S45C
เพดานหลังชุบแข็ง 50–58 HRC · ที่ระบุใช้งานจริง 40–55 HRC
SCM435
เพดานหลังชุบแข็ง 48–55 HRC · ที่ระบุใช้งานจริง 33–44 HRC
SCM440
เพดานหลังชุบแข็ง 50–58 HRC · ที่ระบุใช้งานจริง 28–48 HRC
SWCH10B21
เพดานหลังชุบแข็ง 40–48 HRC · ที่ระบุใช้งานจริง 28–40 HRC

ค่าที่ระบุใช้งานจริงหลังอบคืนตัวจะต่ำกว่าค่าเพดานหลังจุ่มเย็นเสมอ — สั่งงานให้ระบุช่วง "ใช้งาน" ไม่ใช่ค่าเพดาน

ทำไมเกรดเหล็กถึงกำหนดความแข็ง

ความแข็งสูงสุดที่ชุบได้ขึ้นกับ “ปริมาณคาร์บอน” เป็นหลัก ส่วนธาตุผสมอย่างโครเมียม (Cr) โมลิบดีนัม (Mo) แมงกานีส (Mn) ช่วยเรื่อง hardenability คือทำให้เนื้อในแข็งได้ทั่วถึง ไม่ใช่แค่ผิว

เหล็กคาร์บอนต่ำกว่าราว 0.25%C ชุบแข็งทะลุไม่ได้ ต้องใช้วิธีชุบแข็งผิว (carburizing) แทน ส่วนเหล็กคาร์บอนปานกลางขึ้นไปจึงทำ Quench–Temper ได้

ค่า HRC สุดท้ายยังขึ้นกับอุณหภูมิอบคืนตัว (Temper) ด้วย ยิ่ง Temper สูง ความแข็งยิ่งลดแต่เหนียวขึ้น

ก่อนดูตาราง: ค่าความแข็งมีสองตัว อย่าสับสน

เวลาถามว่า “เกรดนี้ชุบแข็งได้กี่ HRC” คำตอบมีสองตัวเลขเสมอ และคนละความหมาย

  • ค่าที่ชุบได้สูงสุด (as-quenched / ผิวหลังชุบ) — ค่าที่เนื้อเหล็กทำได้จริงหลังจุ่มเย็น ก่อนอบคืนตัว เป็นเพดานของเกรดนั้น
  • ค่าที่ระบุใช้งานจริง (after temper) — ค่าที่แบบสั่งงานมักเขียน หลังผ่านการอบคืนตัวเพื่อแลกความแข็งกับความเหนียว

ตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือ SCM440 เพดานอยู่ราว 50–58 HRC แต่โบลต์ SCM440 ที่ใช้งานจริงส่วนใหญ่ระบุแค่ 28–48 HRC เพราะถ้าปล่อยไว้แข็งสุดมันจะเปราะและหักคาเกลียว

ตารางข้างล่างจึงแยกสองค่านี้ให้ ไม่ใช่ตัวเลขเดียว

ความแข็งของเหล็กแต่ละเกรด (13 เกรดที่ใช้กับงานชิ้นเล็ก)

กลุ่มเหล็กคาร์บอน

  • S20C (AISI 1020 / DIN C22, C 0.18–0.23%) — คาร์บอนต่ำเกินกว่าจะชุบแข็งทะลุ ต้องใช้ชุบแข็งผิวแบบ carburizing ได้ผิว 55–62 HRC แกนยังเหนียว เหมาะสกรูเกลียวปล่อยและพิน
  • S45C (AISI 1045 / DIN C45, C 0.42–0.48%) — Quench–Temper เพดาน 50–58 HRC ระบุใช้งานจริง 40–55 HRC เกรดมาตรฐานของสลัก พิน และโบลต์ทั่วไป

กลุ่มเหล็กผสม Cr-Mo — เมื่อชิ้นหนาขึ้นและต้องแข็งทั่วถึง

  • SCM435 (AISI 4135 / DIN 34CrMo4, C 0.33–0.38%) — เพดาน 48–55 HRC ระบุใช้งานจริง 33–44 HRC เกรดหลักของโบลต์แรงดึงสูงชั้นคุณภาพ 10.9
  • SCM440 (AISI 4140 / DIN 42CrMo4, C 0.38–0.43%) — เพดาน 50–58 HRC ระบุใช้งานจริง 28–48 HRC hardenability สูงกว่า S45C ชัดเจน ใช้กับโบลต์หัวหกเหลี่ยมชิ้นหนา
  • SCr440 (AISI 5140 / DIN 41Cr4, C 0.38–0.43%) — เพดาน 50–57 HRC ระบุใช้งานจริง 28–45 HRC ทางเลือกแทน SCM440 เมื่อไม่ต้องการโมลิบดีนัม

กลุ่มเหล็กโบรอน — เหล็กที่โรงงานสกรูใช้จริง

  • SWCH10B21 (AISI 10B21, C 0.18–0.23% + โบรอน) — เพดาน 40–48 HRC ระบุใช้งานจริง 28–40 HRC เหล็กลวดหัวเย็นสำหรับสกรูและโบลต์ชั้นคุณภาพ 8.8
  • SWCH10B33 (AISI 10B33, C 0.30–0.36% + โบรอน) — เพดาน 45–52 HRC ระบุใช้งานจริง 32–42 HRC ใช้เมื่อ 10B21 ให้ความแข็งแรงไม่พอ

กลุ่มเหล็กสปริงและเหล็กเครื่องมือ

  • SUP9 (AISI 5155 / DIN 55Cr3, C 0.52–0.60%) — เพดาน 50–58 HRC ระบุใช้งานจริง 40–50 HRC เน้นความล้าและการคืนตัว ทำ austempering ได้
  • SK85 / SK5 (AISI 1084–1086 / DIN C85, C 0.80–0.90%) — เพดาน 58–64 HRC ระบุใช้งานจริง 45–60 HRC เหมาะแหวนสปริงและสปริงแผ่น
  • SKS3 (ใกล้เคียง AISI O1 / DIN 100MnCrW4, C 0.90–1.00%) — เพดาน 58–63 HRC ระบุใช้งานจริง 56–62 HRC เหล็กเครื่องมือชุบแข็งในน้ำมัน บิดตัวน้อย

กลุ่มเหล็กลูกปืนและสเตนเลส

  • SUJ2 (AISI 52100 / DIN 100Cr6, C 0.95–1.10%) — เพดาน 60–64 HRC ระบุใช้งานจริง 58–64 HRC เกรดที่แข็งที่สุดในตารางนี้ ใช้กับลูกปืนและชิ้นทนสึกขนาดเล็ก
  • SUS420J2 (AISI 420 / DIN X30Cr13, C 0.26–0.40%) — เพดาน 48–55 HRC ระบุใช้งานจริง 45–52 HRC สเตนเลสมาร์เทนซิติกที่ชุบแข็งได้จริง
  • SUS304 (AISI 304 / DIN X5CrNi18-10, C ≤0.08%) — ชุบแข็งด้วยความร้อนไม่ได้ อ่านเหตุผลในหัวข้อถัดไป

สเตนเลสชุบแข็งได้ไหม? ได้บางเกรดเท่านั้น

คำถามนี้ถูกถามบ่อยที่สุดคำถามหนึ่ง และคำตอบสั้น ๆ คือ ขึ้นกับว่าเป็นสเตนเลสตระกูลไหน

  • SUS304 / SUS316 (ออสเทนนิติก) — ชุบแข็งด้วยความร้อนไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเผาร้อนแล้วจุ่มเย็นกี่ครั้ง เพราะโครงสร้างเป็นออสเทนไนต์ที่เสถียรอยู่แล้ว ไม่เปลี่ยนเป็นมาร์เทนไซต์ วิธีเดียวที่ทำให้แข็งขึ้นคือ work hardening จากการรีดหรือขึ้นรูปเย็น
  • SUS420J2 / SUS410 (มาร์เทนซิติก) — คาร์บอนสูงพอและเปลี่ยนเฟสได้ จึง Quench–Temper ได้จริง ถึง 45–52 HRC

ถ้าแบบสั่งงานเขียนว่า “SUS304 ชุบแข็ง 45 HRC” แปลว่าแบบผิด ไม่ใช่โรงชุบทำไม่ได้ กรณีแบบนี้เราจะแจ้งกลับก่อนรับงาน เพราะรับไปก็ทำให้ไม่ได้

เหล็กคาร์บอนต่ำกว่า 0.25% เช่น S20C หรือ SS400 ก็ชุบแข็งทะลุไม่ได้เช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่ยังทำ carburizing เพื่อสร้างผิวแข็งได้

เลือกเกรดอย่างไรให้คุ้ม

ไล่ตามลำดับนี้ได้เลย ส่วนใหญ่จบใน 3 ข้อแรก

  • ชิ้นบาง ต้นทุนต่ำ ความแข็งปานกลางก็พอ — S45C จบ ไม่ต้องจ่ายค่าเหล็กผสม
  • ชิ้นหนาขึ้น หรือความแข็งต้องสม่ำเสมอตลอดหน้าตัด — ขยับไปกลุ่ม Cr-Mo (SCM435/SCM440) เพราะ hardenability สูงกว่า ไม่ใช่เพราะเพดาน HRC สูงกว่า ตรงนี้คนเข้าใจผิดบ่อย เพดานของ SCM440 กับ S45C แทบเท่ากัน
  • ต้องขึ้นรูปเย็นเป็นสกรู/โบลต์จำนวนมาก — เหล็กโบรอน SWCH10B21 หรือ 10B33 เพราะรีดหัวเย็นได้ดีแล้วค่อยชุบแข็งทีหลัง
  • ผิวต้องทนสึกแต่แกนต้องเหนียวรับแรงกระแทก — เหล็กคาร์บอนต่ำ (S20C) แล้วทำ carburizing แทนการชุบแข็งทะลุ
  • ต้องกันสนิมด้วยและต้องแข็งด้วยSUS420J2 ไม่ใช่ SUS304

ไม่แน่ใจเกรด? ส่งสเปกหรือชิ้นตัวอย่างมา เราตรวจส่วนผสม/ความแข็งและแนะนำกระบวนการให้ได้ HRC ตามต้องการ

ระบุอะไรบ้างเวลาส่งงานมาชุบ

ยิ่งระบุครบ ยิ่งไม่ต้องแก้งานรอบสอง สี่บรรทัดนี้พอ

  • เกรดเหล็ก ตามใบรับรองวัสดุ ถ้าไม่มีให้ส่งตัวอย่างมาให้แล็บวิเคราะห์ก่อน
  • ช่วง HRC ที่ต้องการ เป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว เช่น 32–39 HRC — และควรเป็นค่าหลังอบคืนตัว ไม่ใช่ค่าเพดาน
  • จุดที่ให้วัด ผิว หรือกึ่งกลางหน้าตัด สองจุดนี้ให้ค่าต่างกันในชิ้นที่ชุบแข็งผิว
  • มีชุบผิวต่อหรือไม่ ถ้าชุบซิงค์ต่อและงานแข็งเกิน 39 HRC ต้องเผื่อขั้นตอนอบไล่ไฮโดรเจนตาม ISO 4042 ด้วย

กำลังผลิตของเราอยู่ที่กว่า 2,000 ตัน/เดือน รับได้ทั้งล็อตผลิตจริงและล็อตตัวอย่าง

คำถามที่พบบ่อย

S45C ชุบแข็งได้เท่าไหร่+

เพดานอยู่ราว 50–58 HRC หลังจุ่มเย็น แต่ค่าที่ระบุใช้งานจริงในแบบส่วนใหญ่อยู่ที่ 40–55 HRC หลังอบคืนตัว ถ้าต้องการเกิน 55 HRC ในชิ้นที่หนา ควรพิจารณาเปลี่ยนไปกลุ่ม Cr-Mo

SCM440 กับ S45C ต่างกันอย่างไร+

เพดานความแข็งใกล้เคียงกัน (50–58 HRC ทั้งคู่) ต่างกันที่ hardenability — SCM440 มีโครเมียมและโมลิบดีนัมจึงแข็งได้ทั่วถึงถึงแกนในชิ้นที่หนากว่า ส่วน S45C จะแข็งเฉพาะช่วงใกล้ผิวเมื่อชิ้นโตขึ้น

SCM435 คือเหล็กอะไร ใช้ทำอะไร+

เหล็กผสมโครเมียม-โมลิบดีนัม คาร์บอน 0.33–0.38% เทียบเท่า AISI 4135 / DIN 34CrMo4 เป็นเกรดหลักของโบลต์แรงดึงสูงชั้นคุณภาพ 10.9 ค่าที่ระบุใช้งานจริงราว 33–44 HRC

สแตนเลสชุบแข็งได้ไหม+

ได้เฉพาะตระกูลมาร์เทนซิติก เช่น SUS420J2 หรือ SUS410 ซึ่งทำได้ถึง 45–52 HRC ส่วน SUS304 และ SUS316 ที่เป็นออสเทนนิติกชุบแข็งด้วยความร้อนไม่ได้เลย แข็งขึ้นได้ทางเดียวคือการขึ้นรูปเย็น

โบลต์ชั้นคุณภาพ 10.9 ใช้เหล็กเกรดอะไร+

ส่วนใหญ่เป็น SCM435 หรือ SCM440 เพราะต้องการ hardenability พอที่จะได้ความแข็งสม่ำเสมอทั้งหน้าตัด ส่วนชั้นคุณภาพ 8.8 ในงานหัวเย็นนิยมใช้เหล็กโบรอน SWCH10B21

ชุบแข็งได้สูงสุดกี่ HRC+

ขึ้นกับเกรดเหล็ก ในตารางนี้ SUJ2 ทำได้สูงสุดที่ 60–64 HRC งานสกรู/โบลต์ทั่วไปอยู่ราว 28–48 HRC หลังอบคืนตัว ระบุค่าที่ต้องการมาได้ เราคุมด้วยอุณหภูมิ temper

รู้ได้อย่างไรว่าเหล็กเป็นเกรดอะไร+

ดูจากใบ certificate วัสดุ หรือส่งตัวอย่างให้แล็บเราวิเคราะห์ส่วนผสมและทดสอบความแข็ง

ระบุช่วง HRC แคบ ๆ ได้ไหม+

ได้ เช่น 58–60 HRC เราสุ่มวัด HV/HRC ทุกล็อตและออกใบรับรองผลแนบงาน แต่ช่วงที่แคบกว่า 3 HRC ควรคุยกันก่อน เพราะบางเกรดกระจายตัวตามธรรมชาติกว้างกว่านั้น

แชร์หน้านี้LINEFacebook

คู่มือเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้อง

ผู้ตรวจทานเนื้อหาทางเทคนิค

ทีม QA และฝ่ายผลิตของ V.S. Heat Treatment — โรงงานอบชุบและชุบผิวโลหะที่ดำเนินงานตั้งแต่ปี 1994 ภายใต้ระบบ ISO 9001:2015

ดูหลักฐานและรูปแบบรายงาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ต้องการที่ปรึกษาเรื่องชุบโลหะ?

ทีมวิศวกรพร้อมให้คำแนะนำ พร้อมเสนอราคาภายใน 24 ชั่วโมง