
บันทึกกรณีศึกษาเชิงวิศวกรรม
สเปก การควบคุมกระบวนการ และผลที่วัดได้
กรณีศึกษาที่ตรวจสอบได้ควรแยกโจทย์รับเข้า การควบคุมกระบวนการ และหลักฐานที่ใช้ตรวจรับล็อตออกจากกัน
- ชิ้นงาน / ขอบเขตการผลิต
- โบลต์ยานยนต์ M10 · ล็อตผลิตส่งประจำทุกสัปดาห์
- ข้อกำหนดรับเข้า
- ลูกค้าผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ Tier-1 ส่งโบลท์ M10 ให้อบชุบ 120 ตัน/เดือน ความแข็ง 38–42 HRC ส่งทุกสัปดาห์
- การควบคุมกระบวนการ
- ปรับสายเตา mesh-belt ให้รองรับการผลิตต่อเนื่อง 24 ชม. พร้อมระบบ traceability ของแต่ละ batch
- หลักฐานยืนยัน
- Traceability ราย Batch และตรวจรับความแข็งตามช่วง 38–42 HRC
- ผลที่วัดได้
- ส่งงานตรงเวลา 100% เป็นเวลา 18 เดือนต่อเนื่อง ของเสียต่ำกว่า 0.05%
- ขอบเขตการเปิดเผย
- ปกปิดชื่อลูกค้าและเลขที่แบบ
ขอบเขตของหลักฐาน
สงวนชื่อลูกค้าและรายละเอียดแบบเพื่อรักษาความลับ ตัวเลขเป็นสรุปของโครงการที่ระบุ ไม่ใช่การรับประกันผลเดียวกันกับวัสดุ รูปทรง ระบบผิว หรือแผนทดสอบอื่น
เบื้องหลังงานนี้
วัดอะไร
วัดความแข็งผิวทุก Batch เป็นค่า HRC ตาม ISO 6508 เทียบกับช่วง 38–42 HRC และบันทึกค่าคู่กับหมายเลข Batch ไม่ใช่ผูกกับรอบจัดส่ง
เปลี่ยนอะไร
เลิกเดินเตาแบบเปิด-ปิดเป็นรอบ เมื่อเดินต่อเนื่อง ทุก Batch จึงเจอความเร็วสายพานและช่วงอุณหภูมิเดียวกัน แทนที่จะเจอช่วงอุ่นเตาใหม่ทุกครั้ง นี่คือสิ่งที่ทำให้งาน 120 ตัน/เดือน ทำซ้ำได้ ไม่ใช่การเดินงานทีละล็อตแบบต่างคนต่างสภาพ
ข้อจำกัดที่บีบอยู่
ส่งของทุกสัปดาห์ที่วอลุ่มเท่านี้ไม่มีที่ว่างให้ย้อนกลับมาทดสอบใหม่ทีหลัง การตัดสินว่าปล่อยหรือกักต้องทำจากบันทึกประจำ Batch ก่อนของออกจากโรงงาน จึงต้องทำ traceability ราย Batch ไม่ใช่รายรอบส่ง