
การเปราะจากไฮโดรเจนคืออะไร
Hydrogen Embrittlement (HE) คือภาวะที่อะตอมไฮโดรเจนแทรกเข้าไปในเนื้อเหล็กแข็ง ทำให้เหล็กเปราะและอาจแตกหักเองภายใต้แรงดึง ทั้งที่ยังไม่ถึงพิกัดรับแรง อาการมักเกิด "หลัง" ประกอบไปแล้วหลายชั่วโมงถึงหลายวัน จึงอันตราย
พบมากในเหล็กที่แข็งสูง (โดยทั่วไป > 320 HV หรือ ~32 HRC ขึ้นไป เช่น โบลต์เกรด 10.9, 12.9)
ไฮโดรเจนมาจากไหน
ไฮโดรเจนเข้าสู่ชิ้นงานได้ในขั้นตอนเตรียมผิวและชุบ เช่น การล้างกรด (acid pickling) และการชุบด้วยไฟฟ้า (electroplating) ที่เกิดไฮโดรเจนที่ผิวแล้วบางส่วนแพร่เข้าเนื้อเหล็ก
การอบไล่ไฮโดรเจน (Baking / De-embrittlement)
วิธีป้องกันมาตรฐานคือ "อบไล่ไฮโดรเจน" ที่อุณหภูมิราว 190–220°C เป็นเวลา 4–24 ชั่วโมง ภายในเวลาที่กำหนดหลังชุบ (มักภายใน 1–4 ชั่วโมง) เพื่อให้ไฮโดรเจนแพร่ออกจากเนื้อเหล็กก่อนจะก่อความเสียหาย
มาตรฐานอ้างอิงเช่น ASTM B850 / ISO 4042 กำหนดแนวทางอุณหภูมิและเวลาในการอบตามระดับความแข็งของชิ้นงาน
แนวปฏิบัติที่ดี
สำหรับงานฟาสเทนเนอร์แข็งสูง ควรระบุความต้องการ baking ในใบสั่งงานตั้งแต่แรก และอบให้เร็วที่สุดหลังชุบ V.S. Heat Treatment มีบริการอบ Baking ด้วยตู้อบที่อบได้ครั้งละ 800 กิโลกรัม พร้อมบันทึกเวลาและอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง ดูแลขั้นตอนนี้สำหรับงานเสี่ยง HE เพื่อความปลอดภัยของชิ้นส่วนรับแรง
คำถามที่พบบ่อย
งานไหนต้องอบไล่ไฮโดรเจน+
งานเหล็กแข็งสูง (ราว 32 HRC ขึ้นไป) ที่ผ่านการล้างกรดหรือชุบไฟฟ้า เช่น โบลต์เกรด 10.9/12.9 สปริง คลิป
อบช้าไปได้ไหม+
ไม่ควร ต้องอบให้เร็วที่สุดหลังชุบ (มักภายในไม่กี่ชั่วโมง) เพราะหากปล่อยนานความเสียหายอาจเริ่มก่อตัวแล้ว



